สทนช.ระดมความเห็น จัดทำผังน้ำ 22 ลุ่มน้ำ นำร่องในลุ่มน้ำชี ให้สอดคล้องกับพ.ร.บ.ทรัพยากรน้ำ

การประชุมรับฟังความคิดเห็นโครงการจัดทำแผนหลักการจัดทำผังน้ำ โดยสำนักทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) มีการระดมความคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญด้านทรัพยากรน้ำทั้งในและต่างประเทศเกี่ยวกับการบริหารจัดการผังน้ำภายใต้พ.ร.บ.ทรัพยากร พ.ศ.2561 นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสทนช. เปิดเผยว่า ผังน้ำคือเส้นทางการไหลของน้ำซึ่งจะมีขอบเขตความกว้างของน้ำอย่างชัดเจนเพื่อกำหนดขอบเขตและแนวทางที่เกี่ยวข้อง หลังจากที่ได้ร่วมรับฟังผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานต่างๆ เช่น ประเทศเกาหลีใต้ มีวัฒนธรรมแบ่งน้ำเป็นส่วน ๆ โดยมีหลักเกณฑ์ในการแบ่งอย่างชัดเจน เช่น แม่น้ำนานาชาติ แม่น้ำในพื้นที่ ซึ่งจะได้นำประสบการณ์ประเทศเกาหลีใต้ มาใช้ในเรื่องนี้ด้วย อีกส่วนหนึ่งคือจากประเทศเยอรมนี ที่มีการออกแบบผังน้ำที่สอดรับกับเส้นทางการเดินเรือ รวมถึงการออกแบบให้สอดคล้องกับภูมิสถาปัตย์และรักษาสภาพสิ่งแวดล้อมด้วย  ขณะที่ ประเทศเนเธอร์แลนด์เป็นประเทศที่มีพื้นดินต่ำกว่าน้ำทะเลมีปัญหาเรื่องระบบระบายน้ำทำให้เส้นทางน้ำในแต่ละที่ไม่เหมือนกัน

จากการเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาระดมความคิดเห็นในวันนี้ เช่น กรมโยธาธิการและผังเมืองซึ่งมีการศึกษาผังการระบายน้ำร่วมกับผังเมือง จะนำความเห็นมาต่อยอดกับสิ่งที่กรมโยธาธิการและผังเมืองได้ทำไว้  ซึ่งไม่เพียงแต่การใช้เพื่อผังเมืองเท่านั้นแต่จะทำเพื่อการบริหารจัดการน้ำทั้งฤดูน้ำหลากและน้ำแล้ง นอกจากนี้ยังมีผู้เชี่ยวชาญจากกรมเจ้าท่าเพื่อที่จะได้ดูในเรื่องกฎหมายกฎระเบียบต่างๆที่เกี่ยวข้องกับแม่น้ำ รวมถึงกรมทรัพยากรน้ำมาให้ความรู้อีกด้วย เมื่อดำเนินการในเรื่องการจัดการผังน้ำแล้วเสร็จจะประกาศเป็นกฎหมาย ตามที่พ.ร.บ.ทรัพยากรน้ำได้กำหนดไว้ว่าจะต้องทำผังน้ำให้ครบทั้ง 22 ลุ่มน้ำ โดยในปีนี้จะนำร่องในการกำหนดแผนหลัก กรอบวิธีการและการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน โดยจะนำร่องในส่วนลุ่มน้ำชี ที่มีปัญหามาก โดยจะมีการกำหนดรูปแบบให้เป็นมาตรฐานเพื่อนำไปใช้ในการดำเนินการกับลุ่มน้ำอื่นต่อไป

อย่างไรก็ตาม เมื่อดำเนินการแล้วเสร็จและประกาศใช้เป็นกฎหมาย ซึ่งหากใครก็ตามที่บุกรุกหรือสร้างสิ่งที่กีดขวางทางน้ำ ถือว่าเป็นการทำผิดกฎหมาย เป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของกระทรวงมหาดไทยในการควบคุมและดูแลในพื้นที่ผังน้ำที่จะดำเนินการต่อไปทั้งนี้ สำหรับแผนการจัดทำผังน้ำให้มีมาตรฐานและใช้ประโยชน์อย่างสอดคล้องกับพ.ร.บ.ทรัพยากรน้ำมีการกำหนดระยะเวลาดำเนินการ 270 วัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 24 พฤษภาคม 2562 และมีกำหนดแล้วเสร็จวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2563

ผู้สื่อข่าว: ปิยะธิดา เพชรดี
ที่มา : https://www.js100.com/en/site/news/view/73791