สทนช.รุดลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็น บูรณาการจัดท้าผังน้้าพื้นที่ลุ่มน้้าสาขาแม่น้้าวังตอนล่าง สทนช. จับมือทีมที่ปรึกษา ลงพื้นที่เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็น สร้างกระบวนการมีส่วนร่วมทุกภาคส่วน บูรณาการจัดท้า (ร่าง) ผังน้้าในพื้นที่ลุ่มน้้าสาขาแม่น้้าวังตอนล่าง ส่วนที่ 2 หวังแก้ปัญหาน้้าท่วม-น้้าแล้งอย่างเป็นระบบและยั่งยืน สอดคล้องกับ พ.ร.บ.ทรัพยากรน้้า พ.ศ. 2561

วันนี้ (18 ธันวาคม 2562) นายยรรยง กุนาค้า นายอ้าเภอเถิน จังหวัดล้าปาง กล่าวในโอกาสเป็นประธานการประชุมรับฟังความคิดเห็น เรื่องการจัดทาผังน้า ภายใต้โครงการศึกษาเพื่อจัดทาแผนหลักการบริหารจัดการทรัพยากรน้า กลุ่มลุ่มน้าเจ้าพระยาใหญ่ โดยมีผู้แทนจากทุกภาคส่วนทั้งภาคราชการ ภาคเอกชน และภาคประชาชนในพื้นที่จังหวัดลาปาง เข้าร่วมประชุมกว่า 100 คน ณ หอประชุมอาเภอเถิน จังหวัดลาปาง ว่า ลุ่มน้าวัง มักประสบปัญหาภัยแล้งและอุทกภัยซ้าซาก โดยเฉพาะปัญหาอุทกภัยบริเวณลุ่มน้าวังตอนล่างที่เกิดขึ้นเป็นประจาทุกปี สาเหตุจากปริมาณน้าหลากจากลุ่มน้าสาขาของแม่น้าวัง ด้านท้ายเขื่อนกิ่วลมลงมาตั้งแต่อาเภอแม่พริก จังหวัดลาปาง จนถึงบ้านปากวัง อาเภอบ้านตาก จังหวัดตาก อีกทั้งศักยภาพของอ่างเก็บน้าเขื่อนกิ่วลมไม่สามารถรองรับปริมาณน้าหลากจานวนมากจากลุ่มน้าวังตอนบนได้ ทาให้น้าบางส่วนไหลล้นอาคารระบายน้าล้นลงสู่ลุ่มน้าวังตอนล่าง ส่งผลให้ระดับความรุนแรงของอุทกภัยมากขึ้นตามไปด้วย รวมทั้งสภาพการใช้ที่ดินในปัจจุบันได้เปลี่ยนจากพื้นที่ป่ากลายเป็นพื้นที่ปลูกพืชเศรษฐกิจ จึงกระทบต่อตัวเลขด้านเศรษฐกิจและรายได้ของประชาชนในพื้นที่ เป็นโอกาสดีที่ สทนช. ได้คัดเลือกพื้นที่ลุ่มน้าสาขาแม่น้าวังตอนล่าง ส่วนที่ 2 เป็นพื้นที่นาร่องในการจัดทาผังน้า เนื่องจากเป็นพื้นที่ Area Based ที่เสี่ยงภัยน้าท่วมและภัยแล้ง คิดเป็นพื้นที่กว่า 2,500 ตารางกิโลเมตร จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่า การเปิดเวทีร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลของผู้เข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ จะเป็นประโยชน์ในการจัดทาผังน้าในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อการบริหารจัดการทรัพยากรน้าของประเทศในภาพรวมต่อไป

ด้าน นายปรีชา สุขกล่้า ที่ปรึกษาด้านบริหารจัดการทรัพยากรน้้า ส้านักงานทรัพยากรน้้าแห่งชาติ (สทนช.) กล่าวว่า พระราชบัญญัติทรัพยากรน้า พ.ศ. 2561 มีส่วนที่เกี่ยวข้องกับผังน้าในหลายมาตรา รวมถึงกระบวนการมีส่วนร่วมในการจัดทา ผังน้าและการประกาศใช้ เพื่อให้การบริหารทรัพยากรน้าของประเทศเกิดเอกภาพและเป็นระบบ จึงจาเป็นต้องมีการวางผังทางน้าและทิศทางการไหลของทางน้าทั้งระบบขึ้นมาก่อน ซึ่งการวางผังน้าจะเป็นประโยชน์ต่อการกาหนดแผนงาน/โครงการที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาแหล่งน้า ให้สอดคล้องกับแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้า 20 ปี ภายใต้แผนยุทธศาสตร์ชาติ อีกทั้งสามารถเชื่อมโยงกับการจัดทาผังเมืองตามกฎหมายว่าด้วยผังเมือง เพื่อใช้เป็นกรอบในการกาหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินและการใช้ประโยชน์แหล่งน้าในภาพรวมของประเทศให้สอดคล้องกันอย่างเป็นระบบ

“สทนช. ร่วมกับทีมที่ปรึกษา ซึ่งประกอบด้วย คณาจารย์จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และบริษัท ทีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์ แมนเนจเมนท์ จ้ากัด (มหาชน) ภายใต้โครงการศึกษาเพื่อจัดท้าแผนหลักการบริหารจัดการทรัพยากรน้้า กลุ่มลุ่มน้้าเจ้าพระยาใหญ่ โดยคัดเลือกพื้นที่ลุ่มน้้าสาขาแม่น้้าวังตอนล่าง ส่วนที่ 2 เป็นพื้นที่จัดท้าผังน้้าตัวอย่าง ส้าหรับการจัดท้า (ร่าง) ผังน้้าให้สอดคล้องตามพระราชบัญญัติทรัพยากรน้้า พ.ศ. 2561 ประกอบด้วย พื้นที่ต้าบลล้อมแรดและพื้นที่เกี่ยวเนื่อง ได้แก่ ต้าบลเถินบุรี ต้าบลแม่ปะ ต้าบลแม่ถอด และต้าบลนาโป่ง ส้าหรับประชุมในครั้งนี้ จะรวบรวมข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในทุกภาคส่วน เพื่อน้าไปใช้ประกอบการจัดท้าผังน้้าให้เกิดประสิทธิภาพและประโยชน์สูงสุดต่อการศึกษาโครงการฯ โดย สทนช. เร่งเดินหน้าระดมความคิดเห็นการจัดท้าผังน้้าให้ครอบคลุมทุกลุ่มน้้า เพื่อให้ได้ผังน้้าของประเทศที่มีความครบถ้วนสมบูรณ์ สามารถเป็นกรอบทิศทางการพัฒนาและบริหารจัดการทรัพยากรน้้าของประเทศได้อย่างเป็นระบบและยั่งยืน” ที่ปรึกษาด้านบริหารจัดการทรัพยากรน้้า สทนช. กล่าวในตอนท้าย