สทนช. เผยผลการจัดทำแผนหลักบริหารจัดการทรัพยากรน้ำกลุ่มลุ่มน้ำเจ้าพระยาใหญ่ หวังแก้ไขปัญหาน้ำในทุกมิติอย่างเป็นระบบและยั่งยืน

วันนี้ (23 มกราคม 2563) นายปรีชา สุขกล่ำ ที่ปรึกษาด้านบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เป็นประธานเปิดการประชุมกลุ่มย่อย ครั้งที่ 2 โครงการศึกษาเพื่อจัดทำแผนหลักการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ กลุ่มลุ่มน้ำเจ้าพระยาใหญ่ เพื่อรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ 3 ณ โรงแรมดิ เอ็ม เพลส เชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อนำเสนอ
(ร่าง) แผนหลักการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำลุ่มน้ำปิง พร้อมรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ โดยมีผู้เข้าร่วมการประชุม ประกอบด้วย คณะกรรมการลุ่มน้ำ ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย สื่อมวลชน และประชาชนในพื้นที่ลุ่มน้ำปิง
เข้าร่วมประชุมกว่า 120 คน

​นายปรีชา สุขกล่ำ ที่ปรึกษาด้านบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ สทนช. กล่าวว่า ขณะนี้ สทนช. และทีมที่ปรึกษา
ที่ประกอบด้วย คณาจารย์จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และบริษัท ทีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์ แมเนจเมนท์ จำกัด (มหาชน) ได้จัดทำ (ร่าง) แผนหลักการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำลุ่มน้ำปิง ที่สอดคล้องกับแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
20 ปี (พ.ศ.2561-2580) เสร็จเรียบร้อยแล้ว พร้อมทั้งจัดลำดับความสำคัญตามหลักเกณฑ์ที่ผ่านความเห็นชอบจากการประชุม
กลุ่มย่อย ครั้งที่ 1 รวมทั้งสิ้น 1,565 โครงการ ประกอบด้วย แผนหลักการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำที่เป็นโครงการขนาดใหญ่และโครงการสำคัญ จำนวน 13 โครงการ คิดเป็นพื้นที่ได้รับประโยชน์ 1,752,000 ไร่ อาทิ โครงการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนเขื่อนภูมิพล โครงการอ่างเก็บน้ำแม่ขาน เป็นต้น แผนระยะเร่งด่วน (พ.ศ.2563-2565) จำนวน 567 โครงการ คิดเป็นพื้นที่ได้รับประโยชน์ 92,000 ไร่ อาทิ โครงการอ่างเก็บน้ำแม่วาง โครงการอ่างเก็บน้ำคลองขลุงล่าง เป็นต้น แผนระยะสั้น (พ.ศ.2566-2570) จำนวน
432 โครงการ คิดเป็นพื้นที่ได้รับประโยชน์ 82,000 ไร่ แผนระยะปานกลาง (พ.ศ.2571-2575) จำนวน 180 โครงการ แผนระยะยาว (พ.ศ.2576-2580) จำนวน 373 โครงการ ทั้งนี้ ในการศึกษาครั้งนี้ มีแผนหลักที่เป็นโครงการขนาดใหญ่และโครงการสำคัญและ
แผนระยะเร่งด่วน (พ.ศ.2563-2565) ในการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง จำนวน 352 โครงการ ในพื้นที่ที่มีปัญหาแล้งซ้ำซาก คิดเป็นพื้นที่ได้รับประโยชน์ 42,000 ไร่ เช่น โครงการอ่างเก็บน้ำคลองปลาสร้อย โครงการอ่างเก็บน้ำเพชรจะขอ เป็นต้น

​ทั้งนี้ ภายหลังจากการรับฟังความคิดเห็นแล้วเสร็จในทุกพื้นที่ สทนช. จะได้นำความคิดเห็นที่ได้รับมาปรับปรุง
ผลการศึกษาให้มีความสอดคล้องกับความต้องการของประชาชนในพื้นที่มากยิ่งขึ้น และคาดว่าจะสามารถส่งมอบแผนหลัก
การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ กลุ่มลุ่มน้ำเจ้าพระยาใหญ่ ที่จัดลำดับความสำคัญแล้ว ให้คณะกรรมการลุ่มน้ำเสนอความเห็น และให้คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติให้ความเห็นชอบ ตามลำดับ หากโครงการมีความพร้อมก็สามารถดำเนินการได้ทันที อันจะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง และปัญหาคุณภาพน้ำ ที่เกิดผลสัมฤทธิ์สูงสุดได้อย่างรวดเร็ว และตรงกับความต้องการของประชาชนในพื้นที่ได้อย่างแท้จริง หวังให้เป็นต้นแบบต่อยอดขยายผลไปใช้เป็นทิศทางในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำอื่นๆ ต่อไป” ที่ปรึกษาฯ สทนช. กล่าวในตอนท้าย

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ
23 มกราคม 2563